
พลอยแกมเพชร ฉบับที่ 391 15 พฤษภาคม 2551 ปากเป็นอวัยวะเพื่อการอยู่รอดเจ้าของปากจะกิน-ดื่ม-ดูด-กัด-แทะอะไร ต้องผ่านฟันโด่เด่เป็นพยานทุกเหตุการณ์ เรื่องราวชั่วอายุขัยของเจ้าของฟันจึงถูกจารึกตั้งแต่วันที่ฟันโผล่ขึ้นมาในปาก กลายเป็นขุมทรัพย์แห่งข้อมูล แม้ล้มหายตายจากไปนานนม เนื้อหนังไม่เหลือหลอ ขอแต่ให้เจอฟัน ก็ยังทำความรู้จักกับเจ้าของฟันได้ ฟันมัมมี่อียิปต์โบราณสึกมากและสึกเร็วเมื่อเทียบกับอายุเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นมัมมี่ฟาโรห์หรือมัมมี่ชาวบ้าน ทำให้เรารู้ว่าอาหารของชาวอียิปต์โบราณนั้นหยาบกว่าอาหารสมัยใหม่ (สมัยนั้นเขากินขนมปังที่ทำจากแป้งข้าวโพด เวลาบดแป้งเขาใส่ทรายลงไปด้วยเพื่อให้ได้แป้งที่ละเอียด ถ้าไม่ใส่ทรายได้แป้งหยาบๆ คงทำขนมปังไม่อร่อย กินขนมปังปนทรายนี่แหละฟันสึกหนัก เพราะเจอศึกหนัก) มัมมี่ของคนอายุมากหน่อย(ไม่ได้ตั้งใจหยาบคายนะคะ สี่สิบกว่าก็สูงวัยแล้ว สมัยนั้นอยู่กันไม่ค่อยยืน) พบว่ามีฟันสึกมากเสียจนทะลุโพรงประสาท สมัยนี้ไม่มีให้เห็น เพราะอาหารที่เรากินกันประจำวันไม่หยาบเหมือนอาหารโบราณ โพรงประสาทฟันทะลุย่อมเกิดโรคติดเชื้อในคลองรากฟัน เจ็บปวดยิ่งยวด หมออียิปต์โบราณเขาใช้ก้านหญ้ากลวงปักคาโพรงฟันไว้ระบายหนอง ฟันของแต่ละมัมมี่มีหินปูนเพียบ หนาทนกว่าพีระมิดอยู่มาได้ไม่ผุพังอีกตั้งสองพันปี คนเขาไม่เคยขูดหินปูนกัน จึงเป็นโรคปริทันต์กันถ้วนหน้า กระดูกรอบรากฟันถูกทำลายฟันเกาะติดกันเป็นแผงทึบ มีหินปูนเป็นยาแนว (คนฟันโยกอย่าริเอาตาม) ฟันหลอเป็นเรื่องปรกติ ใครมีสตางค์ก็ไปทำฟันปลอม ผูกกับฟันข้างๆ ด้วยลวดทองแต่ฟันผุไม่ค่อยมี เพราะฟันสึกไว จนหน้าฟันเตียนไม่เหลือ หลุมร่องให้เศษอาหารติด และไม่มีอาหารประเภทแป้งที่ผ่านกระบวนการ refined จนมีเส้นใยน้อยแบบสมัยนี้ (อย่างเช่น น้ำตาล เส้นก๋วยเตี๋ยว พาสต้า ขนมเค้ก อร่อยๆ ทั้งนั้น) มัมมี่หญิงเอสกิโม อินูอิต ที่พบในกรีนแลนด์ ฟันสึกสุดๆ จนเป็นตอติดเหงือก ในกระเพาะเจอเนื้อกับขนแมวน้ำ เนื้อนะตั้งใจกินเป็นอาหาร แต่ขนเผลอกลืนเข้าไปตอนเคี้ยวหนังแมวน้ำ ผู้หญิงชาวเอสกิโมมีหน้าที่เคี้ยวหนังแมวน้ำจนนุ่ม เพื่อให้สามีทำรองเท้า-ใส่แล้วไม่ระคายบาทาสามี พิโธ่พิถัง...เกิดเป็นหญิงเอสกิโมแท้จริงแสนลำบาก เอาปากเข้าแลกเกือกตัวจริงเลยนะเนี่ย กะโหลกชาวมายาอายุพันกว่าปีในเม็กซิโก มีฟันหน้าประดับประดาด้วยหยก เทอร์คอยส์ และหินสีมีค่าอื่นๆ เขาเจาะฟันหน้าเป็นรูๆ แล้วเหลาหินให้พอดี อัดลงในรูนั้น อย่าลืม...ไม่มีเครื่องกรอฟันนะคะเจาะสดด้วยพลังมือ สวยด้วยมือหมอไม่ใช่ของใหม่ กะโหลกหนึ่งมีเปลือกหอยเหลาเป็นรูปฟันมีรากพร้อมสรรพ ปักอยู่ในกระดูกขากรรไกร แทนฟันที่หลอไป 3 ซี่ นี่แหละหลักฐานว่าหมอชาวมายามีการฝัง implant กันแล้วคะ อยู่ไม่อยู่ก็อีกเรื่องฝังได้ละกัน พวกอินเดียนในลุ่มแม่น้ำแอมะซอนเหลาฟันให้เป็นลักษณะประจำเผ่า เจอหน้ากันในป่า ยิ้มปั๊บก็รู้ว่าพวกเดียวกัน ใช้แทนป้ายชื่อ ไม่ต้องพกบัตรประจำตัวให้หนักผ้าเตี่ยว จึงวิ่งคล่องว่องไว มีอยู่เผ่าหนึ่งในบราซิลชอบเหลาฟันหน้าจนเป็นรูป 3 เหลี่ยมแหลม เรียงเป็นแถวยิ้มดูดุดันเหมือนปลาปิรันญา ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดแห่งยอดความงาม นี่แหละค่ะเรื่องราวแสนสนุกบนฟัน ได้อ่านฟันก็เหมือนได้อ่านชีวประวัติของเจ้าของค่ะ